ตัดเกรดฟุตบอลโลก 2018 : โคลอมเบีย

เอ่ยชื่อ โคลอมเบีย ใครที่ไม่ได้ติดตามฟุตบอลอย่างจริงจัง
อาจมองภาพพวกเขาในฐานะเมืองแห่งยาเสพติด
และพื้นที่แห่งความป่าเถื่อน
เพราะเรามักคุ้นชินกับสินค้าส่งออกอย่าง โคเคน
รวมไปถึงวีรกรรมลอบสังหารแข้งผู้โชคร้ายอย่าง อันเดรส
เอสโกบาร์
อย่างไรก็ตาม
หากตัดภาพสังคมเหล่านั้นออกไปจากฟลอร์หญ้าแห่งความฝันอย่า
งเกมลูกหนัง โคลอมเบีย
ถือเป็นหนึ่งในชาติที่สร้างสีสันให้ฟุตบอลโลกอย่างสม่ำเสมอ
แม้จะไม่ใช่ชาติที่ตีตั๋วมาลุยศึกใหญ่บ่อยครั้งนักก็ตาม
นั่นทำให้แฟนบอลที่คร่ำหวอดกับเกมลูกหนังมักได้ยินกิตติศัพท์ดา
วเตะจาก โคลอมเบีย มากมาย ไล่ตั้งแต่ คาร์ลอส วัลเดอร์ราม่า,
ฟาอุสติโน่ อัสปริญ่า, เรเน่ ฮิกิต้า มาจนถึงยุคปัจจุบันอย่าง
ราดาเมล ฟัลเกา, ฮาเมส โรดริเกซ, ดาวินสัน ซานเชซ และ ดาวิด
ออสปิน่า
ก่อนจะถึงรัสเซีย
ในรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 2018 โซนอเมริกาใต้ ขุนพล
“คนปลูกกาแฟ” ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม
เมื่อแทบจะการันตีตั๋วไปลุยรอบสุดท้าย ที่รัสเซีย
ตั้งแต่ยังลงสนามไม่ครบโปรแกรม
โดยพาะฟอร์มในบ้านที่ดุดันเหลือหลาย
อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายรอบคัดเลือก ฟอร์มของ
โคลอมเบีย เริ่มแผ่ว เมื่อพวกเขาทำได้แค่เสมอ เวเนซูเอลา กับ
บราซิล แถมยังกล้าแพ้ ปารากวัย คาบาร์รันกีญ่า 1-2
ทำให้ตั๋วไปลุยรัสเซีย จึงต้องวัดในเกมสุดท้ายที่การออกไปเยือน
เปรู
ท้ายที่สุดประตูของ ฮาเมส โรดริเกซ ดีพอช่วยให้ โคลอมเบีย
แบ่งแต้มกลับออกมาจากเอสตาดิโอ นาซิอองนาล ในเมืองลิม่า ได้

กอปรกับความพ่ายแพ้ของ ชิลี ต่อ บราซิล
ทำให้พวกเขาตีตั๋วไปลุยรัสเซีย โดยไม่ต้องไปเพลย์ออฟ
บทสรุปที่รัสเซีย
ศึกฟุตบอลโลก 2018 โคลอมเบีย จับสลากมาอยู่ร่วมกลุ่ม
เอช กับ ญี่ปุ่น, เซเนกัล และ โปแลนด์ ซึ่งถือว่าหนักเอาเรื่อง
เพราะทุกทีมนั้นมีศักยภาพใกล้เคียงกัน
จึงมีโอกาสเข้ารอบหรือตกรอบได้พอกันหมดทุกทีม
แถมความหวังของ โคลอมเบีย
ก้แทบจะพังทลายตั้งแต่เกมแรก
เมื่อพวกเขาออกสตาร์ตด้วยการพ่าย ญี่ปุ่น 1-2 เคราะห์ดีที่ 2
เกมต่อจากนั้น ขุนพล “คนปลูกกาแฟ” คืนฟอร์มด้วยการกำราบ
โปแลนด์ และ เซเนกัล
ตีตั๋วเข้ารอบน็อกเอาท์ในฐานะแชมป์กลุ่มได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ของ ฮาเมส
โรดริเกซ ทำให้ โคลอมเบีย มาได้ไกลเพียงรอบ 16 ทีมสุดท้าย
เมื่อพ่ายจุดโทษ อังกฤษ ไป 3-4 หลังเสมอกันในเวลา 1-1 โดยได้
เยร์รี่ มิน่า โขกตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บด้วย
อนาคตต่อจากนี้
ผลงานการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ในศึกฟุตบอลโลก 2018
ทำให้กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ อย่าง โฮเซ่ เปเกร์มัน
ได้รับโอกาสนั่งอยู่เก้าอี้เทรนเนอร์ต่อไป
โดยมีภารกิจสำคัญในการนำ โคลอมเบีย ลงสนามสู้ศึกโคปา
อเมริกา 2019 ที่บราซิล
ซึ่งด้วยสไตล์การเล่นแบบเปิดหน้าแลกหมัดไม่กลัวโดนน็อกของ
เปเกร์มัน
น่าสนใจมากว่าหากพวกเขามีทรัพยากรในแนวรุกมากพอ
ก็อาจก้าวไปได้ไกลแบบ ชิลี ในอนาคตอันใกล้
หลังแนวรับได้พวกสายเลือดใหม่อย่าง เยร์รี่ มิน่า และ ดาวินสัน
ซานเชซ เข้ามาเป็นความหวังใหม่

ตัดเกรด : ตามเป้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *